สาขา Disruptive Challenge

Application Period

27 มิถุนายน 2022
เวลา 10.00 น.

19 สิงหาคม 2022
เวลา 16.00 น.

ท่ามกลางศาสตร์เทคโนโลยี ICT ที่ก่อกำเนิดไอเดียใหม่ ๆ ขึ้นทั่วโลก ทางโครงการจึงมุ่งหวังที่จะส่งเสริมผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์
รักความท้าทาย ต้องการพัฒนา เปลี่ยนแปลง และต่อยอดทางด้านเทคโนโลยี เพื่อสร้างมูลค่าและยกระดับแวดวง ICT ไปอีกขั้น
พร้อมเปิดรับสมัครไอเดียสร้างสรรค์ กล้าที่จะคิด กล้าที่จะล้มเหลว เพื่อนำไปสู่การปฏิวัติทางสังคมและภาคอุตสาหกรรมในยุคสมัยแห่งวิถีชีวิตแบบใหม่

เราพร้อมสนับสนุนด้วยเงื่อนไขรูปแบบโครงการที่กำหนดได้ตามความต้องการของผู้เข้าร่วมท้าทาย
เพื่อปูทางสู่ “Ambitious Technical Goal”

กระบวนการท้าทายแบ่งออกเป็น 2 ระดับ.

0 to 1 Challenge

ลงมือท้าทายหลากหลายรูปแบบ กล้าที่จะคิด กล้าที่จะล้มเหลว กล้าที่จะปรับเปลี่ยน กล้าที่จะเก็บเกี่ยวประสบการณ์แล้วนำมาพัฒนาต่อยอดให้เป็นสินทรัพย์ และกำหนดเส้นทางสู่ “Ambitious Technical Goal” ระดับนี้จะใช้เวลา 0 - 4 เดือน กรุณาบริหารจัดการระยะเวลาและงบประมาณด้วยตนเอง เมื่อตนเองประเมินว่าระดับนี้ลุล่วงอย่างเหมาะสมแล้ว
ระยะเวลาท้าทาย: 0 วัน - 4 เดือน
เงินสนับสนุน: 0 - 1,000,000 เยน

Disruptive Challenge

ลงมือท้าทายอย่างเด็ดเดี่ยวเพื่อมุ่งไปสู่ “Ambitious Technical Goal” สามารถดำเนินการโดยใช้ระยะเวลาและงบประมาณที่เหลือต่อจากระดับ 0 to 1 Challenge ในขอบเขตสูงสุด 3 ล้านเยนภายใน 1 ปี (เช่น หากระดับ 0 to 1 Challenge สิ้นสุดเร็ว ช่วง Disruptive Challenge ก็จะยาวนานขึ้น) เมื่อจบระดับนี้จะเข้าสู่การสอบประเมินปิดโครงการต่อไป
ระยะเวลาท้าทาย: ไม่เกิน 1 ปีรวม 0 to 1 Challenge
เงินสนับสนุน: ไม่เกิน 3,000,000 เยนรวม 0 to 1 Challenge

รายละเอียดการรับสมัครไอเดียสาขา "Disruptive Challenge"

รายละเอียดบางส่วนเกี่ยวกับสาขา "Disruptive Challenge" จากเอกสารแสดงรายละเอียดการรับสมัครประจำปี 2022

กรุณาตรวจสอบรายละเอียดการรับสมัครประจำปี 2022 ก่อนดำเนินการสมัครเข้าร่วมโครงการ
กรุณาตรวจสอบและทำความเข้าใจรายละเอียดเกี่ยวกับนโยบายการจัดการด้านทรัพย์สินทางปัญญาก่อนดำเนินการสมัคร
การจัดการเรื่องสัญญาและทรัพย์สินทางปัญญา

เนื้อหาด้านล่างนี้ยกมาจากรายละเอียดในหน้า 3 - 4

ภาพประกอบ 1 : ลำดับขั้นตอนตั้งแต่สมัครเข้าโครงการ
Figure 1: Application flow

คุณสมบัติของผู้สมัคร

・ไม่จำกัดอายุ มีช่องทางการติดต่อรายบุคคล อาศัยอยู่ที่ใดก็ได้ (ไม่จำกัดสัญชาติและภูมิลำเนา)
・กรณีสมัครด้วยตนเอง : บุคคลหรือกลุ่ม
・กรณีเสนอชื่อบุคคลอื่น* : บุคคลหรือกลุ่มผู้ใกล้ชิดที่ต้องการเสนอชื่อ

*ไม่เปิดเผยข้อมูลผู้เสนอชื่อต่อผู้ที่ถูกเสนอชื่อ
*สามารถสมัครพร้อมกันได้ทั้ง 2 สาขา (สาขา Disruptive Challenge และ สาขา Generation Award)

ระยะเวลาเปิดรับสมัคร

ตั้งแต่ วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน เวลา 10.00 น. ถึง วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม 2022 เวลา 16.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย)

วิธีการสมัคร

กรุณาดำเนินการสมัครผ่านทางแบบฟอร์มภายในเว็บไซต์

* กรุณากรอกข้อมูลตามคู่มือกรอกแบบฟอร์มสมัครเข้าร่วมโครงการ
* สามารถส่งเอกสารเพิ่มเติมหรือผลงานตัวอย่างได้ด้วยวิธีการแนบเอกสารผ่านแบบฟอร์มรับสมัครภายในเว็บไซต์ หรือจัดส่งทางไปรษณีย์ไปยังสำนักบริหารโครงการ ทางสำนักฯ ไม่รับการส่งมอบเอกสารด้วยตนเองที่สำนักงาน
* ในกรณีที่จัดส่งทางไปรษณีย์ วันที่บนตราประทับของไปรษณีย์ต้องอยู่ภายในวันสิ้นสุดการรับสมัคร ทางสำนักฯ จะไม่ส่งคืนเอกสารที่ได้รับมา กรุณาทำความเข้าใจในเงื่อนไขดังกล่าว
* ในกรณีของสาขา Generation Award ทางสำนักฯ พร้อมรองรับการสมัครผ่านทาง SNS (เช่น Facebook Instagram Twitter ฯลฯ)

เนื้อหาด้านล่างนี้ยกมาจากรายละเอียดในหน้า 5 - 10

1. การรับสมัครไอเดีย

 ท่ามกลางศาสตร์เทคโนโลยี ICT (เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร) ที่ก่อกำเนิดไอเดียใหม่ๆ ขึ้นทั่วโลก ทางโครงการจึงมุ่งหวังที่จะส่งเสริมผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ รักความท้าทาย ต้องการพัฒนา เปลี่ยนแปลง และต่อยอด ทางด้านเทคโนโลยี เพื่อสร้างมูลค่าและยกระดับแวดวง ICT ไปอีกขั้น สร้างวิถีชีวิตแบบใหม่ ด้วยเทคโนโลยีและความคิดสุดสร้างสรรค์ เพื่อเปลี่ยนแปลงโลกใบเดิมที่หยุดชะงักจากวิกฤติการณ์ไวรัสโคโรน่า COVID-19 นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทั้งทางสังคมและภาคอุตสาหกรรม
 กรุณาอ่านทำความเข้าใจรายละเอียดในหัวข้อ “V : ข้อควรระวัง” ก่อนดำเนินการสมัคร

2. คุณสมบัติของผู้สมัคร

 ・ไอเดียที่มีเส้นทางสู่เป้าหมายและวิสัยทัศน์อย่างชัดเจน เป็นผู้ท้าทายที่ไม่กลัวความล้มเหลว มุ่งมั่นที่จะสร้างคุณค่าใหม่
 ・ไม่จำกัดอายุ มีช่องทางการติดต่อรายบุคคล อาศัยอยู่ที่ใดก็ได้ (ไม่จำกัดสัญชาติและภูมิลำเนา)
 ・กรณีสมัครด้วยตนเอง : บุคคลหรือกลุ่ม
 ・กรณีเสนอชื่อบุคคลอื่น* : บุคคลหรือกลุ่มผู้ใกล้ชิดที่ต้องการเสนอชื่อ

*เป็นไปตามเงื่อนไขอื่นๆ ตามข้อตกลงกับสำนักบริหารโครงการ
*ทั้งนี้หากเข้าร่วมเป็นทีม หรือ ส่งชื่อผู้สมัครไอเดียทั้งหมดมาในไอเดียเดียว รางวัลที่ได้รับจะถือว่าเป็นรางวัลเดียว
*ในกรณีที่ผ่านการคัดเลือก ทางโครงการจะเปิดเผยชื่อ, จังหวัดที่อยู่อาศัย (ภูมิลำเนา) และชื่อไอเดียบนเว็บไซต์ของโครงการ
*ปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศญี่ปุ่น ผู้ที่อาศัยอยู่นอกประเทศและไม่ได้ถือสัญชาติญี่ปุ่น อยู่นอกเงื่อนไขของพระราชบัญญัติพัฒนาเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (Industrial Technology Enhancement Act) มาตราที่ 17 (Bayh-Dole Act ของประเทศญี่ปุ่น)

3. เงินสนับสนุน

สูงสุด 3,000,000 เยน

*ทางสำนักบริหารโครงการจะรับผิดชอบงานที่มีลักษณะซับซ้อนให้แทน เช่น การเบิกค่าใช้จ่าย และการบริหารจัดการสิ่งของ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้ท้าทายประเด็นปัญหาทางด้านเทคโนโลยีอย่างเต็มที่ ด้วยเหตุนี้ จะไม่มีการจ่ายเงินสดใดๆ ในโครงการ
*ในกรณีที่ประสงค์จะให้สนับสนุนเป็นค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร ทางโครงการจะคำนวณค่าใช้จ่ายให้ตามกฎเกณฑ์ของแผนกบัญชี กระทรวงกิจการภายในประเทศและการสื่อสาร โดยอ้างอิงจากรายได้ในปีที่ผ่านมาของผู้รับเงิน
*ในบางกรณี เงินสนับสนุนอาจมีขอบเขตสูงสุดไม่เกิน 1 ล้านเยน (กรุณาดูรายละเอียดในหัวข้อ “II-6 : การคัดเลือก”)

4. ระยะเวลาดำเนินการ

กำหนดระยะเวลาดำเนินการตามความสะดวกของผู้สมัครแต่ละราย โดยมีระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 1 ปี
สามารถเข้ารับการประเมินปิดโครงการตลอดระยะเวลา 0 - 12 เดือน หากได้รับการประเมินปิดโครงการสำเร็จ จะได้รับคุณวุฒิ INNOvator และจะได้รับการสนับสนุนในหลากหลายรูปแบบต่อไป เช่น การพัฒนาประเด็นปัญหาสู่ระดับสากล

5. วิธีการและรายละเอียดการสมัคร

กรุณากรอกรายละเอียดในแบบฟอร์มการสมัครเข้าร่วมโครงการตามเว็บไซต์ด้านล่าง
เว็บไซต์โครงการ https://www.inno.go.jp/th/
หัวข้อ ดังต่อไปนี้
・ชื่อไอเดีย (ไม่เกิน 100 ตัวอักษร)
・คำอธิบายไอเดีย (ไม่เกิน 1,200 ตัวอักษร)
・แผนงานที่สามารถนำไอเดียมาปฏิบัติได้จริงภายในระยะเวลา 1 ปี (ไม่เกิน 2,000 ตัวอักษร)
・สามารถเลือกส่งเอกสารเพิ่มเติมและตัวอย่างผลงานได้ (ไม่บังคับ)

* สามารถส่งเอกสารเพิ่มเติม หรือผลงานตัวอย่างได้ด้วยวิธีการแนบเอกสารผ่านแบบฟอร์มรับสมัครภายในเว็บไซต์หรือจัดส่งทางไปรษณีย์ไปยังสำนักบริหารโครงการ ทางสำนักฯ ไม่รับการส่งมอบเอกสารด้วยตนเองที่สำนักงาน
* ในกรณีที่จัดส่งทางไปรษณีย์ วันที่บนตราประทับของไปรษณีย์ จะต้องอยู่ภายในวันสิ้นสุดการรับสมัคร ทางสำนักฯ จะไม่ส่งคืนเอกสารที่ได้รับมา กรุณายอมรับในเงื่อนไขดังกล่าว

6. การคัดเลือก

・เมื่อสำนักบริหารโครงการตรวจสอบรูปแบบเรียบร้อย ผู้ดูแลโครงการ (Supervisor) จะดำเนินการประเมินผล
・ขั้นตอนการประเมินจะพิจารณาเฉพาะเนื้อหาของไอเดียเท่านั้น ไม่มีการประเมินจากประวัติบุคคล ผลงานที่ผ่านมา เพศ หรืออายุ

*เคยมีผู้สมัครอายุ 5 - 86 ปี ในการเปิดรับสมัครที่ผ่านมา

・ผลการประเมินถือเป็นการตัดสินอย่างเด็ดขาด โดยไม่มีการกำหนดจำนวนผู้ผ่านการประเมิน
・คณะผู้ดูแลโครงการ (Supervisor) ซึ่งเคยเป็นคน “บ้า-กล้า-คิด” มาก่อนและมีผลงานโดดเด่นอยู่ในสังคมปัจจุบันจะประเมินหัวข้อนวัตกรรมแปลกแหวกแนวระดับโลกด้วยสัญชาตญาณ เนื่องจากไม่สามารถวัดมูลค่าหรือใช้เกณฑ์ประเมินที่มีอยู่ได้
・กระบวนการตั้งแต่สมัครจนปิดโครงการแบ่งการท้าทายออกเป็น 2 ระดับตามภาพประกอบ ภายใต้มีเงื่อนไขของระยะเวลาและเงินสนับสนุน (1 ปี - 3 ล้านเยน) โดยเป็นระบบ Order made ตามแผนงานที่เหมาะสมของผู้สมัคร ขอให้พิจารณาวางแผนอย่างถี่ถ้วนและตัดสินใจเพื่อดำเนินงานด้วยตนเอง (สำนักบริหารโครงการเป็นผู้ให้การสนับสนุน)

・กระบวนการท้าทายแบ่งออกเป็น 2 ระดับ

ระดับที่ 1
0 to 1 Challenge:
 กำหนดเส้นทางสู่ “Ambitious Technical Goal” ลงมือท้าทายหลากหลายรูปแบบ กล้าที่จะคิด กล้าที่จะล้มเหลว กล้าที่จะปรับเปลี่ยน กล้าที่จะเก็บเกี่ยวประสบการณ์แล้วนำมาพัฒนาต่อยอดให้เป็นสินทรัพย์ ในระดับนี้จะใช้เวลา 0 - 4 เดือน บริหารจัดการระยะเวลาและงบประมาณด้วยตนเอง โดยใช้งบประมาณ 0 - 1,000,000 ล้านเยน ในแต่ละระยะของการดำเนินการทดลอง ให้ประเมินด้วยตนเอง แล้วให้แจ้งมายังสำนักบริหารโครงการเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อรับการประเมินให้เข้าสู่ระดับ Disruptive Challenge ต่อไป ซึ่งสามารถยื่นขอรับการประเมินได้สูงสุดถึง 2 ครั้ง ถ้าหากผ่านการคัดเลือก ก็จะได้ท้าทายต่อใน Disruptive Challenge

ระดับที่ 2
Disruptive Challenge:
ลงมือท้าทายอย่างเด็ดเดี่ยวเพื่อมุ่งไปสู่ “Ambitious Technical Goal” สามารถดำเนินการโดยใช้ระยะเวลาและงบประมาณที่เหลือ ต่อจากระดับ 0 to 1 Challenge ในขอบเขตสูงสุด 3 ล้านเยนภายใน 1 ปี (เช่น หากระดับ 0 to 1 Challenge สิ้นสุดเร็ว ช่วง Disruptive Challenge ก็จะยาวนานขึ้น) เมื่อจบระดับนี้ จะเข้าสู่การประเมินปิดโครงการต่อไป

・หัวข้อไอเดียที่ไม่ได้รับการเสนอชื่อเข้าสู่ 0 to 1 Challenge (ไม่ได้เป็น Challenger) จะได้รับโอกาสในการคัดเลือกในสาขา Generation Award กรุณาตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมในหัวข้อ “III-7 : การเสนอไอเดียให้กับองค์กรผู้สนับสนุน”

ภาพประกอบ 2 : กระบวนการตั้งแต่สมัครเข้าร่วมจนปิดโครงการ
ภาพประกอบ 2 : กระบวนการตั้งแต่สมัครเข้าร่วมจนปิดโครงการ

7. ผู้ดูแลโครงการ (Supervisor)

ซาโตชิ อิคุดะ
ประธานกรรมการบริหาร Nagi Spirits Universal
กาคุ อุเอดะ
CEO, MODE, Inc.
เอริกะ โอกาวะ
อดีตประธานบริหาร Guinness World Records Japan
เทตซึยะ คาวะนิชิ
ศาสตราจารย์ ภาควิชาระบบไฟฟ้ากายภาพ บัณฑิตวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยวาเซดะ
โยอิจิ ซาโต
บริษัท ByteDance จำกัด ผู้จัดการทั่วไป TikTok Japan
คัตซึยะ ทาคาสุ
ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลทาคาสุ และทาคาสุคลินิก
โทโมทากะ ทาคาฮาชิ
CEO บริษัท Robo Garage จำกัด
ฮิโรชิ ฮาราดะ
ศาสตราจารย์ สาขาวิชาระบบสารสนเทศและการสื่อสาร บัณฑิตวิทยาลัยสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเกียวโต
โทโมเอะ มากิโนะ
กรรมการผู้จัดการ
Activision Blizzard Japan
ยุกิฮิโระ มัตซึโมโตะ
ประธาน Ruby Association

ปรึกษาโครงการ (Program Advisor)

อดัม ดิแองเจโล
ผู้ก่อตั้งและ CEO จาก Quora, อดีต CTO จาก Facebook
โจอิจิ อิโต
นักลงทุน
ชินอิจิ นากาสุกะ
ศาสตราจารย์ สาขาวิศวกรรมการบินและอวกาศ บัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยโตเกียว
ฮิโตชิ โฮกามุระ
ผู้ถือหุ้น First Compass Group,ที่ปรึกษา Scrum Ventures, อดีตประธาน Evernote Japan
ทาคาชิ มิอิเกะ
ผู้กำกับภาพยนตร์ Sputniko!
ศิลปิน, รองศาสตราจารย์ที่ภาควิชาการออกแบบ มหาวิทยาลัยศิลปะโตเกียว

8. การกำหนดมาตรฐานนวัตกรรมหลังขั้นตอนประเมินปิดโครงการ

เมื่อโครงการสิ้นสุดลง ผู้เข้าร่วมจะได้รับคุณวุฒิ INNOvator จากกระทรวงกิจการภายในประเทศและการสื่อสาร และสามารถเข้าร่วมขั้นตอนการกำหนดมาตรฐานนวัตกรรมต่อไปได้
การกำหนดมาตรฐานนวัตกรรม คือ ระบบการสนับสนุนเพื่อให้ INNOvator ได้ต่อยอดผลงานสู่ระดับสากล
ทางโครงการพร้อมสนับสนุน INNOvator ในการท้าทายสู่ “Ambitious Technical Goal” แปลกแหวกแนว ที่อาจเปลี่ยนโลกต่อไปในอนาคต

ทางโครงการจัดเตรียมระบบการสนับสนุนหลากหลายรูปแบบไว้เพื่อให้ INNOvator ได้ดำเนินกิจกรรมต่อไปท่ามกลางวิถีชีวิตแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนด้านการจัดทำวิดีโอ การเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อต่างๆ และ SNS เพื่อเผยแพร่ข้อมูลเทคโนโลยีของ INNOvator ไปสู่ระดับสากล การสนับสนุนการจัดแสดงผลงานทั่วโลก และการร่วมมือกับองค์กรผู้สนับสนุนในต่างประเทศ รวมทั้งการสนับสนุนด้านทรัพย์สินทางปัญญาและสิทธิบัตร จากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน และผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญา นอกจากนี้ คุณวุฒิ INNOvator จะติดตัวผู้เข้าร่วมโครงการไปตลอดชีวิต

ตัวอย่างการสนับสนุนเพื่อกำหนดมาตรฐานนวัตกรรม

สนับสนุนการเผยแพร่ข้อมูลในระดับโลก

จัดทำวิดีโอประชาสัมพันธ์โดยทีมงานมืออาชีพ สนับสนุนการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อต่างๆ และ SNS ตั้งเป้าผู้เข้าถึงข้อมูลจากทั่วโลกกว่า 1 ล้านคน!

สนับสนุนการขยายผลงานสู่ต่างประเทศ

สนับสนุนการจัดแสดงผลงานทั่วโลก ร่วมมือกับองค์กรผู้สนับสนุนในต่างประเทศ

การสนับสนุนแบบมืออาชีพ (เช่น การปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา)

สนับสนุนการก่อตั้งธุรกิจใหม่โดยพิจารณาตามความต้องการของแต่ละบุคคล เช่น สนับสนุนผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน และผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญา เป็นต้น

เนื้อหาด้านล่างนี้ยกมาจากรายละเอียดในหน้า 14

Ⅳ การจัดการข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลที่อยู่ ชื่อนามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล หรือข้อมูลอื่นๆ ที่ใช้ระบุเจาะจงตัวตนของบุคคล (รวมถึงข้อมูลที่สามารถนำไปใช้ตรวจเทียบกับข้อมูลอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย)
ทางสำนักบริหารโครงการจะจัดการข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับในขั้นตอนการสมัครเข้าร่วมโครงการตาม “นโยบายการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล” ของ KADOKAWA ASCII Research Laboratories, Inc. ซึ่งทำหน้าที่เป็นสำนักบริหารโครงการ INNO-vation บ้า-กล้า-คิด

(1) วัตถุประสงค์ในการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับผ่านการสมัครเข้าร่วมโครงการ
ก. เพื่อแจ้งขั้นตอนการคัดเลือกและผลการคัดเลือก
ข. เพื่อตรวจสอบและตอบข้อสอบถามแต่ละประเภท
ค. เพื่อติดต่อในกรณีที่มีการจัดงานอีเว้นท์ที่เกี่ยวกับโครงการนี้

(2) การจัดการข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับผ่านการสมัครเข้าร่วมโครงการ
ก. วางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง การสูญหาย การรั่วไหล การลักลอบปลอมแปลงข้อมูล
ข. ใช้เทคโนโลยีใส่รหัสข้อมูล เมื่อมีการกรอกข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อปกป้องข้อมูลในขั้นตอนการสื่อสาร
ค. จะไม่มีการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่ทางสำนักบริหารโครงการได้รับในขั้นตอนการสมัครเข้าร่วมโครงการ นอกเหนือจากวัตถุประสงค์การใช้งานที่ระบุไว้อย่างชัดเจนล่วงหน้า โดยปราศจากความยินยอมของเจ้าของข้อมูล ยกเว้นแต่ในกรณีที่มีการบังคับใช้ทางกฎหมาย

[ช่องทางติดต่อสอบถาม ร้องเรียน และขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล]
ในกรณีที่ต้องการเปิดเผย แก้ไข หรือยุติการใช้งาน กรุณาติดต่อ
ชื่อบริษัท: KADOKAWA ASCII Research Laboratories, Inc.
ที่อยู่: ชั้น 2 อาคาร KS 1-17-8 นิชิคาตะ เขตบุงเคียว กรุงโตเกียว 113-0024
โทรศัพท์: 03-5840-7800 (เบอร์กลาง) (แฟกซ์) 03-5840-7812
อีเมล: info@lab-kadokawa.com
ผู้รับผิดชอบการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล : เอจิ โยชิกาวะ

◆ตรวจสอบ “นโยบายการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล” ของสำนักบริหารโครงการได้จากเว็บไซต์
URL:https://www.lab-kadokawa.com/privacy/en/

เนื้อหาด้านล่างนี้ยกมาจากรายละเอียดในหน้า 15 - 21

Ⅴ ข้อควรระวัง (กรุณาอ่านทำความเข้าใจ)

1. การจัดการเรื่องสัญญาและทรัพย์สินทางปัญญา

โครงการ INNO-vation บ้า-กล้า-คิด ดำเนินการจัดการเรื่องสัญญาและทรัพย์สินทางปัญญา ดังรายละเอียดต่อไปนี้

[สาขา Disruptive Challenge]
ผู้สมัครเข้าร่วมโครงการสาขา Disruptive Challenge จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(1) ในขั้นตอนการสมัคร
ก. เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางการป้องกันเทคโนโลยีรั่วไหลสู่ต่างประเทศ ของหน่วนงาน Security export control Japan* ต้องไม่มีปัญหาดังต่อไปนี้
・ไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล End Users List ของกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม
・เป็นไปตามเงื่อนไขของระบอบควบคุมการส่งออกสากล (Multilateral Export Control Regime : MECR)
・สามารถดำเนินกิจกรรมได้ตามรายละเอียดใน คู่มือที่เกี่ยวข้อง Security Export Control Japan
・มีความน่าเชื่อถือและเสรีภาพทางสังคม ไม่ขัดต่อระบบเศรษฐกิจแบบตลาดเสรี รวมถึงการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาอย่างถูกต้องและเป็นธรรม
[ข้อมูลอ้างอิง]
●Security Export Control Japan (รวมถึงเรื่องระบอบควบคุมการส่งออกสากล)
https://www.meti.go.jp/policy/anpo/link.html
●ข้อมูล End Users List
https://www.meti.go.jp/policy/anpo/2_0514.pdf
●คู่มือที่เกี่ยวข้องกับ Security Export Control Japan
https://www.meti.go.jp/policy/anpo/law_document/tutatu/t07sonota/t07sonota_jishukanri03.pdf
ข. ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้มีอิทธิพล หรือบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับกลุ่มดังกล่าว
ค. ในกรณีที่ผู้ได้รับรางวัลยังไม่บรรลุนิติภาวะ จำเป็นที่จะต้องขอความยินยอมจากผู้ปกครองหรือผู้ดูแลผลประโยชน์ ทางสำนักบริหารโครงการพร้อมให้ความช่วยเหลือในกรณีที่ต้องประสานงานกับผู้ปกครองหรือผู้ดูแลผลประโยชน์เพื่อขอความเห็นชอบ

*แนวคิดเรื่องการควบคุมการส่งออกที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง (Security Export Control) ในที่นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันบุคคลที่อาจก่อให้เกิดสถานการณ์ตึงเครียด เช่น ประเทศหรือผู้ก่อการร้ายที่ใช้อาวุธ สินค้าทางการทหาร เทคโนโลยี และทรัพย์สินทางปัญญาในลักษณะที่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศญี่ปุ่นและประชาคมระหว่างประเทศ

เมื่อสำนักบริหารโครงการดำเนินการตรวจสอบและพบว่า ผู้สมัครมีคุณสมบัติไม่เหมาะสมกับการทำสัญญาในโครงการนี้ ทางสำนักบริหารโครงการขอตัดสิทธิ์การร่วมท้าทายโดยไม่แจ้งผลการพิจารณา

(2) หลังจากได้รับคัดเลือกเป็น Challenger
ก. เมื่อได้รับคัดเลือกเป็น Challenger ผู้สมัครแต่ละคนจะต้องทำสัญญากับสำนักบริหารโครงการเกี่ยวกับระเบียบการดำเนินกิจกรรมในสาขาดังกล่าว เช่น การจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและการเก็บรักษาความลับ
ข. ปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศญี่ปุ่น ทรัพย์สินทางปัญญา เช่น สิทธิบัตร ที่เกิดขึ้นจากการเข้าร่วมโครงการในสาขาดังกล่าว อยู่ภายใต้เงื่อนไขในสัญญาเข้าร่วมโครงการ และถือเป็นเงื่อนไขที่ผู้ผ่านการคัดเลือกต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติพัฒนาเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (Industrial Technology Enhancement Act) มาตราที่ 17 (Bayh-Dole Act ของประเทศญี่ปุ่น) แต่โดยหลักการพื้นฐาน สิทธิ์ดังกล่าวจะกลับคืนสู่ผู้ผ่านการคัดเลือกซึ่งเป็นผู้คิดค้นและพัฒนาขึ้นมา อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ผู้ผ่านการคัดเลือกสังกัดอยู่ในองค์กรหรือหน่วยงานใด ๆ จะไม่ถือว่าเป็นสินทรัพย์ขององค์กรหรือหน่วยงานดังกล่าว ทั้งนี้ Challenger ที่อาศัยอยู่นอกประเทศและไม่ได้ถือสัญชาติญี่ปุ่น อยู่นอกเงื่อนไขของพระราชบัญญัติพัฒนาเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (Industrial Technology Enhancement Act) มาตราที่ 17 (Bayh-Dole Act ของประเทศญี่ปุ่น)
ค. ตามที่ได้แจ้งไปในรายละเอียดข้อ (ข.) ว่า ทรัพย์สินทางปัญญาจะกลับคืนเป็นของ Challenger กรุณาปรึกษากับสำนักบริหารโครงการเพื่อให้ขั้นตอนการยื่นจดสิทธิบัตรเป็นไปอย่างราบรื่น ทางสำนักฯ พร้อมให้การสนับสนุนเรื่องทนายความ
ง. ในกรณีที่ผลงานที่เกิดขึ้นอยู่ภายใต้ข้อจำกัดเรื่องการส่งออกตามกฎหมายการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (Foreign Exchange and Foreign Trade Act) โดยมีความเสี่ยงที่จะถูกนำไปใช้งานทางการทหาร การก่อการร้าย หรือเป็นการพัฒนาอาวุธทำลายล้างรุนแรง ทางโครงการจะยุติการสนับสนุน
จ. ในกรณีที่ต้องการถ่ายโอนทรัพย์สินทางปัญญาหรือจดทะเบียนในรูปแบบพิเศษ เช่น การอนุญาตให้ใช้สิทธิแต่เพียงผู้เดียว (Exclusive License) จะต้องได้รับคำอนุมัติล่วงหน้า และต้องรายงานความคืบหน้าแต่ละขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการยื่นเอกสาร การขึ้นทะเบียน การดำเนินการ หรือการสละสิทธิ์

2. การเก็บรักษาความลับ

ผู้สมัครเข้าร่วมโครงการ INNO-vation บ้า-กล้า-คิด ในแต่ละสาขาจะต้องเก็บรักษาข้อมูลความลับตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

[สาขา Disruptive Challenge]
(1) เก็บรักษารายละเอียดของไอเดียเป็นความลับจนกระทั่งผ่านขั้นตอนการคัดเลือก
ทางโครงการจะไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับไอเดียในทุกกรณี รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการประเมิน ยกเว้นข้อมูลที่ใช้เปิดเผยในหัวข้อ “III-8 : การคัดเลือกและประกาศผล”
(2) ผู้ผ่านการคัดเลือกต้องเก็บรักษาข้อมูลเป็นความลับ
ผู้ผ่านการคัดเลือกต้องไม่เปิดเผยข้อมูลความลับขององค์กรหรือหน่วยงานที่ได้รับผ่านโครงการนี้ ให้แก่บุคคลที่สาม หรือใช้งานข้อมูลดังกล่าวในวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากการท้าทาย

3. การรักษาสิทธิมนุษยชนและระเบียบกฎหมาย

ในกรณีที่การสมัครเข้าร่วมโครงการ INNO-vation บ้า-กล้า-คิด จำเป็นต้องอาศัยขั้นตอนการดำเนินการตามระเบียบกฎหมาย เช่น เป็นการแก้ไขปัญหาเชิงศีลธรรมหรือด้านความปลอดภัย ซึ่งต้องใช้งานข้อมูลส่วนบุคคลและต้องอาศัยความยินยอมจากผู้เกี่ยวข้อง ผู้สมัครสามารถดำเนินการขออนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมภายในสำนักบริหารโครงการได้ กรุณาปรึกษาหารือกับสำนักบริหารโครงการเพื่อให้ขั้นตอนต่างๆ ดำเนินไปอย่างราบรื่น นอกจากนี้ ในกรณีที่ต้องการร่วมมือกับหน่วยงานในต่างประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาซึ่งเกิดขึ้นในต่างประเทศ กรุณาตรวจสอบและปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากมีข้อสงสัย กรุณาปรึกษากับทนายความภายในสำนักบริหารโครงการ
โดยเฉพาะการวิจัยในสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ (Life Science) อาจมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงระเบียบข้อกำหนดของหน่วยงานต่างๆ กรุณาตรวจสอบเอกสารฉบับล่าสุดอย่างถี่ถ้วน หากการดำเนินการใดๆ ขัดต่อระเบียบกฎหมายหรือนโยบายที่เกี่ยวข้อง ทางโครงการอาจยกเลิกผลการคัดเลือกดังกล่าว
กรุณาตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับนโยบายการรักษาศีลธรรมและความปลอดภัย จากเว็บไซต์ของกระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ด้านล่างนี้
●ลานวิทยาศาสตร์ชีวภาพ - การดำเนินการจัดการด้านศีลธรรมและความปลอดภัย
http://www.lifescience.mext.go.jp/bioethics/index.html
ในกรณีที่ต้องการวิจัยและสำรวจในประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงความเห็นพ้องจากภาคสังคม กรุณาดำเนินการเกี่ยวกับการปกป้องสิทธิมนุษยชนและผลประโยชน์ต่างๆ ให้เหมาะสม

4. เงื่อนไขจำเป็นในการคัดเลือกรางวัลแต่ละสาขา

เงื่อนไขจำเป็นในการคัดเลือกแต่ละสาขา มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

[เงื่อนไขร่วม]
・ เมื่อผ่านการคัดเลือกหรือได้รับรางวัล ผู้สมัครมีความสนใจเข้าร่วมงานพบปะหารือและแลกเปลี่ยนสิ่งที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้อย่างกระตือรือร้น
・ สามารถเข้าร่วมในกรณีที่ทางโครงการจัดการสัมภาษณ์ในขั้นตอนการคัดเลือกแต่ละสาขา ทางสำนักบริหารโครงการจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายจำเป็นที่เกิดขึ้นในกรณีดังกล่าว
・ ในกรณีที่ผู้สมัครสังกัดองค์กรหรือหน่วยงานใดๆ จะต้องนำส่งใบอนุมัติจากองค์กรหรือหน่วยงานที่สังกัดหลังผ่านการคัดเลือกหรือในกรณีที่ได้รับรางวัล ทางสำนักบริหารโครงการพร้อมให้ความช่วยเหลือในกรณีที่จำเป็นต้องประสานงานกับองค์กรหรือหน่วยงานในสังกัดเพื่อออกใบอนุมัติ
・ ในกรณีที่ได้รับคัดเลือกให้เข้ารอบ หรือเป็นผู้ได้รับรางวัล ทางโครงการจะเปิดเผยชื่อ (เลือกใช้ชื่อเล่นได้) จังหวัดที่อยู่อาศัย (ภูมิลำเนา) และชื่อไอเดียบนเว็บไซต์ของโครงการ

[สาขา Disruptive Challenge]
・ จะต้องเป็นผู้นำเสนอประเด็นปัญหาทางด้านเทคโนโลยี และลงมือท้าทายแก้ไขปัญหาเทคโนโลยีดังกล่าวด้วยตนเอง ในกรณีที่ดำเนินการร่วมกันหลายคน บทบาทหน้าที่ของแต่ละคนจะต้องไม่ซ้ำซ้อนกัน
・ มีความรับผิดชอบในการดำเนินการให้บรรลุทุกช่วงระยะการท้าทาย เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติจริง

5. ข้อควรระวังในการคัดเลือก

[เงื่อนไขร่วม]
(1) เอกลักษณ์ของไอเดียและรายละเอียดการพัฒนาเทคโนโลยี
ตลอดระยะเวลาของโครงการ ห้ามขโมยหรือล่วงละเมิดไอเดียและทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคลที่สามอย่างเด็ดขาด กรุณาตระหนักถึงความสำคัญในการไม่ขโมยหรือล่วงละเมิดไอเดียและทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นตั้งแต่ขั้นตอนการสมัครเข้าร่วมโครงการ

(2) การใช้งานโดยทุจริต
คำว่า “ทุจริต” ที่ใช้ในเอกสารโครงการนี้ หมายถึง การกระทำทั้งหมดทั้งมวลที่ขัดต่อข้อกฎหมายหรือบทบัญญัติโดยทั่วไป เช่น การใช้งานสิ่งของที่ทางโครงการส่งมอบให้เพื่อท้าทายประเด็นปัญหาด้านเทคโนโลยี ไปใช้ในวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากการท้าทาย จะถือว่าเข้าข่ายการทุจริต
นอกจากนี้ โครงการนี้ยังถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบกองทุนวิจัยเพื่อการแข่งขัน ซึ่งดำเนินการโดยกระทรวงกิจการภายในประเทศและการสื่อสาร แห่งประเทศญี่ปุ่น ในกรณีที่พบว่ามีการใช้กองทุนวิจัยเพื่อการแข่งขันโดยทุจริต ข้อมูลจะถูกเปิดเผยตาม “แนวทางการใช้กองทุนวิจัยเพื่อการแข่งขันอย่างเหมาะสม” กรุณาทำความเข้าใจแนวทางปฏิบัติดังกล่าวก่อนสมัครเข้าร่วมโครงการ
[ข้อมูลอ้างอิง] แนวทางการใช้กองทุนวิจัยเพื่อการแข่งขันอย่างเหมาะสม
https://www8.cao.go.jp/cstp/compefund/shishin_r3_1217.pdf

(3) การให้ความร่วมมือในการสำรวจข้อมูลหลังสิ้นสุดระยะเวลาสนับสนุน
ทางโครงการจัดให้มีการสำรวจสถานการณ์ปัจจุบันของผู้ผ่านการคัดเลือก ในระยะเวลาต่างๆ เช่น การสำรวจสภาพธุรกิจหลังสิ้นสุดโครงการ หรือสถานการณ์หลังผ่านไปประมาณ 10 ปี เพื่อประเมินศักยภาพของระบบสนับสนุนต่อไปในอนาคต นอกจากนี้ ยังมีการสำรวจสถานการณ์ปัจจุบันของผู้ได้รับรางวัลด้วย ทางโครงการขอความร่วมมือในการสำรวจดังกล่าววจากผู้ผ่านการคัดเลือกและผู้ได้รับรางวัล

[สาขา Disruptive Challenge]
(1) การจับคู่กับองค์กรผู้ให้การสนับสนุน
ผู้สมัครที่ไม่ผ่านการคัดเลือก (ไม่ได้เป็น Challenger) ทุกคนยังคงได้รับสิทธิ์ในการเข้าร่วมโปรแกรมจับคู่กับองค์กรผู้ให้การสนับสนุน แต่ผู้สมัครทุกท่านควรต้องทำความเข้าใจในข้อควรระวังที่ได้ชี้แจงไปบนแบบฟอร์มการรับสมัครนี้ และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นไปตามหลักการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของผู้สมัคร ทางสำนักบริหารโครงการจะเป็นผู้สนับสนุนการจับคู่กับองค์กรผู้ให้การสนับสนุน

(2) การคัดเลือกในกระบวนการต่างๆ
・สำนักบริหารโครงการจะติดต่อไปยังผู้ได้รับการเสนอชื่อที่ผ่านขั้นตอนการคัดเลือกเพื่อสอบถามความสมัครใจในการเข้าร่วมการคัดเลือก
・ผู้ดูแลโครงการไม่เข้าแทรกแซงกิจกรรมการท้าทาย
・เกณฑ์การประเมิน มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
- ความเป็นเอกลักษณ์ : มีไอเดีย หรือจุดเด่นที่สอดคล้องต่อการท้าทายประเด็นปัญหาด้านเทคโนโลยีเชิงพลิกผัน
- ความมุ่งมั่นขวนขวาย : มีทัศนคติที่ต้องการมุ่งมั่นขวนขวายด้วยตนเอง โดยไม่ร้องขอหลักฐานหรือเหตุผลจากผู้อื่น
- ความตระหนักชัดเจน : ตระหนักอย่างชัดเจนเกี่ยวกับประเด็นปัญหาที่ต้องการท้าทาย ทั้งความเป็นไปได้ จุดที่เป็นปัญหา มาตรการแก้ไขปัญหา และขอบเขตที่อยู่นอกเหนือสิ่งที่รู้
- จิตวิญญาณที่ไม่ย่อท้อ : มีความแน่วแน่ต่อประเด็นปัญหาที่ต้องการท้าทาย และมีจิตใจเข้มแข็ง พร้อมท้าทายอย่างต่อเนื่องจนประสบความสำเร็จ

ในกรณีที่มีปัญหาใดๆ เกิดขึ้นภายใต้เอกสารฉบับนี้

ให้แนวทางการแก้ปัญหาเป็นไปตามกฎและข้อบังคับทั้งหมดตามต้นฉบับภาษาญี่ปุ่น
ในกรณีที่มีความคลาดเคลื่อนในเรื่องของการตีความด้านภาษา ให้อ้างอิงต้นฉบับภาษาญี่ปุ่นเป็นสำคัญ